TAKESHI KITANO PROFILE

Since 90's Takeshi has been accepted as the most successful director who created many spectacular with his unique way of making film ,especially the perfect blending of violation, amusing and heart chilling sadness.

Takeshi Kitano was born on 18 January 1947,he is a little child (4 children) of his poor family. After finishing secondary school, Kitano chose to study at faculty of engineering of Meiiji University. However, he quit at the third year and turned to work as a cleaner, waiter and lift button controller before founding "The Two Beats" a stand up comedy team with Kiyoshi Kaneko in 1973. In the comedy, Kitano's name is Beat Takeshi and Kiyoshi is Beat Kiyoshi. They started their show at night clubs ,then got a chance to appear on TV so that The Two Beats was well known among Japanese audiences before stop their shows around 80's. After that Kitano turned to be an actor and comedy part comes the first place for him.

In 1983, Kitano played in Merry Christmas , Mr. Lawrence directed by Nagisa Oshima. This movie is a story about prisoners of Word WarII's camp in Japan and Kitano role is a soldier who stick to every word of his commander, neglecting whether he was told to do were right or wrong with Humanity.

Kitano got positive feedback from this movie and proved that he was not only good at comedian but also good at serious role.

Then, he unpredictably got a chance to direct a film named "Violent Cop"that he had been called to be a leading character by Kinji Fusaku, the director (also the director of "Battle RoyalI) who surprisingly left this project. Therefore, the producer of this movie decided to chose Kitano to work as a director and this is the starting point of a new generation Japanese director whose films are so unique and terrific that made him to be a Big director in the opinion of movie manias around the world.


ผลงานของ TAKESHI KITANO


นับตั้งแต่ทศวรรษ 1990 เป็นต้นมา ทาเกชิ คิตาโนได้ชื่อว่าเป็นผู้กำกับที่มีผลงานโดดเด่นประสบความสำเร็จมากสุดของวงการหนังญี่ปุ่น รวมทั้งการสร้างชื่อในระดับนานาชาติ ด้วยลีลาการทำหนังที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่เหมือนใคร โดยเฉพาะอย่างยิ่งการผสมผสานความรุนแรง อารมณ์ขัน และอารมณ์เศร้าสะเทือนใจเข้าด้วยกันอย่างกลมกลืน

ทาเกชิ คิทาโนเกิดเมื่อวันที่ 18 มกราคม 1947 เป็นลูกคนสุดท้องในจำนวนพี่น้องทั้งหมด 4 คน ครอบครัวของเขามีฐานะไม่สู้จะดีนัก หลังจากเรียนจบชั้นมัธยม คิทาโนเลือกเรียนต่อคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเมอิจิ แต่แล้วขณะร่ำเรียนอยู่ชั้นปีที่ 3 เขาก็ตัดสินใจเลิกเรียนกลางคัน และหันมาทำงานหารายได้พอประทังชีวิต ด้วยการเป็นพนักงานทำความสะอาด พนักงานเสิร์ฟ และพนักงานกดลิฟท์ตามลำดับ

ปี 1973 ขณะอยู่ในช่วงวัยเบญจเพส คิทาโนทำงานเป็นพนักงานกดลิฟท์
และได้พบปะเจอะเจอกับคิโยชิ คาเนโกะ ทั้งสองจับคู่ตั้งทีมแสดงตลกแบบสแตนด์อัพ คอมเมดีชื่อ The Two Beats คิทาโนใช้ชื่อในการแสดงว่า บีท ทาเกชิ ส่วนคาเนโกะนั้นเป็นบีท คิโยชิ
The Two Beats เริ่มต้นแสดงตามไนท์คลับ และประสบความสำเร็จจนค่อย ๆ ขยับขยายมาปรากฎตัวในรายการโทรทัศน์ จนกระทั่งโด่งดังเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายในหมู่ผู้ชมชาวญี่ปุ่น

ราว ๆ ช่วงทศวรรษ 1980 The Two Beats ก็เลิกราแยกย้ายกันไป ถัดจากนั้นคิทาโนก็หันมาเอาดีทางด้านการแสดง งานในระยะแรกของเขาส่วนใหญ่เป็นบทตลกตามแนวถนัด
ในปี 1983 คิทาโนแสดงหนังเรื่อง Merry Christmas, Mr. Lawrence ผลงานกำกับของนางิสะ โอชิมา ซึ่งมีเค้าโครงว่าด้วยเรื่องราวในค่ายเชลยศึกของญี่ปุ่นระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 คิทาโนรับบทเป็นทหารชั้นผู้น้อยที่เคร่งครัดต่อวินัยและปฏิบัติตามคำสั่งทุกอย่างของผู้บังคับบัญชา โดยไม่เคยทบทวนตั้งคำถามหรือนึกสงสัยว่า คำสั่งเหล่านั้นเป็นสิ่งที่ถูกต้องชอบธรรม ขัดต่อมนุษยธรรมหรือไม่

การแสดงของคิทาโนใน Merry Christmas, Mr. Lawrence ได้รับคำชื่นชมในทางบวก และเป็นการพิสูจน์ให้เห็นว่า เขาไม่ได้เก่งกาจเฉพาะการแสดงในบทตลกเท่านั้น ทว่าบทในทางหนักหน่วงจริงจังเขาก็ทำได้ดีด้วยเช่นกัน

โอกาสในการทำหนังของคิทาโนมาถึงแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัว เมื่อคินจิ ฟูกาซากุ (ผู้กำกับเรื่อง Battle Royale ภาคแรก) ตระเตรียมทำหนังเรื่อง Violent Cop และได้กำหนดวางตัวคิทาโนเอาไว้ในบทนำ แต่จู่ ๆ ฟูกาซากุก็ตัดสินใจถอนตัวกลางคัน
โปรดิวเซอร์ของโครงการดังกล่าวจึงตัดสินใจมอบหมายให้คิทาโนรับช่วงเป็นผู้กำกับแทน

นี่คือจุดเริ่มต้นของคนทำหนังรุ่นใหม่ที่มีฝีมือโดดเด่นมากสุดคนหนึ่งของวงการหนังญี่ปุ่น และกลายมาเป็น "รุ่นใหญ่" ที่ได้รับความนิยมและการยกย่องจากนักดูหนังทั่วโลกมาจนถึงปัจจุบัน